วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : STEC แนะนำ 'ซื้อ' ราคาพื้นฐาน 15.46 บาท

• ราคาหลักทรัพย์ STEC ปรับตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันบริษัท
ก็มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีอยู่แล้ว จากการที่มีงานในมือ (Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ถึง 3.4 หมื่นล้านบาท ถือว่าสูงสุดตั้งแต่จัดตั้งบริษัทมาเป็นเวลา 48 ปี และสามารถให้
รายได้ไปต่อเนื่องจนถึงปี 56 แต่โอกาสทางธุรกิจยังมีอยู่อีกมาก จากงานก่อสร้าง
ขนาดใหญ่ที่จะเปิดประมูลในอนาคต กอปรกับประสิทธิภาพการทำกำไรจากการ
ดำเนินงานและฐานะทางการเงินก็มีความพร้อมมากที่สุดในบรรดาผู้รับเหมาใหญ่ที่จะ
ได้ประโยชน์ในลำดับต้นๆจากการนี้ งานก่อสร้างดังกล่าวคือ 1) รถไฟความเร็วสูงร่วม
ทุนไทย-จีน มูลค่า 5 แสนล้านบาท 2) สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 งบประมาณปี 54-
59 มูลค่า 62.5 พันล้านบาท 3) รัฐสภาแห่งใหม่ 12 พันล้านบาท และ 4) รถไฟฟ้า
สายสีต่างๆ เช่นสีแดง 44 พันล้านบาท, สายสีเขียวส่วนต่อขยายเป็นต้น และ 5) งาน
ภาครัฐที่จะทยอยออกมา เช่น งานเปลี่ยนไม้หมอนของ รฟท. งานก่อสร้างรางคู่ และ
งานสะพานนนทบุรี นอกจากนี้การที่บริษัทมีความชำนาญที่โดดเด่นต่างจากคู่แข่ง
คือ การก่อสร้างโรงงานกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี และโรงงานไฟฟ้า ดังนั้นหาก
โครงการที่มาบตาพุด ดำเนินต่อไปได้ ก็ถือเป็นปัจจัยบวกกับ STEC อย่างมีนัยสำคัญ
• เราได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 54 และ 55 ของบริษัทปีละ
3% ด้วยเหตุผลการปรับอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น อันเป็นผลพวงจาก 1) แนวโน้มราคา
วัสดุก่อสร้างที่มีเสถียรภาพ หลังจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกค่อยเป็นค่อยไป ผนวก
กับบริษัทมีการซื้อเหล็กไว้ล่วงหน้าบางส่วน เพื่อป้องกันความเสี่ยง 2) การที่มีงานใน
มือเป็นจำนวนมาก ทำให้มีอำนาจต่อรองการจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง การจ้างงานผู้รับเหมา
ช่วงได้ในต้นทุนที่ต่ำลง รวมทั้งการใช้เครื่องมือ เครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และ 3) โรงงานคอนกรีตขึ้นรูปยังไม่จำเป็นต้องขยายกำลังการผลิต แม้ได้งาน
รถไฟฟ้ามาเพิ่ม เพราะอัตราการใช้กำลังการผลิตเป็นเพียง 50% อย่างไรก็ตามได้มี
การปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 53 ลงในอัตรา 3% เพราะคาดว่ารายได้จากการ
ก่อสร้างจะปรับลดลงเป็น 8.9 พันล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาการลงนามในสัญญาก่อ
สร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีความล่าช้ากว่าที่คาด แต่ก็มีส่วนชดเชยจากอัตรากำไรขั้น
ต้นในช่วง 2H53 ที่คาดว่าจะรักษาในระดับสูงไว้ได้พอๆกับ 1H53 ที่ 9% ซึ่งดีกว่าที่
คาดไว้แต่แรก
• คงคำแนะนำ ซื้อ จัดให้ STEC เป็น Top Pick ในหมวดผู้รับเหมาก่อสร้าง
ราคาพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเป็น 15.46 บาท ตามการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 54
ให้ดีขึ้น และประเมินด้วย P/E ปี 54 ที่ระดับสูงขึ้นเป็น 25.0 เท่า จากเดิมที่ 20.0 เท่า
เพราะเห็นว่าโอกาสทางธุรกิจของบริษัทมีความสดใสมาก อีกทั้งอัตราการเติบโต
เฉลี่ยของกำไรสุทธิแบบ CAGR ระหว่างปี 52-55 ก็สูงสุดในอุตสาหกรรมที่ 41%
ส่วนราคาปิดเทียบกับราคาพื้นฐานมีส่วนเพิ่มได้อีกถึง 22% ส่วนคาดการณ์อัตราผล
ตอบแทนจากเงินปันผลปี 54 ไม่มากเป็น 2.4% ฐานะการเงินดีมาก เราคาดว่าสิ้นปีนี้
เงินสดสุทธิ (net cash position)



เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 02/09/10 เวลา 14:09:15

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น