โครงการในประเทศเริ่มนับ 1
คงคำแนะนำ ““ซื้อ TASCO” กำหนดราคาเป้าหมายใหม่ 90 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 70 บาท
ต่อหุ้น) อิง PER ปี 2554 ที่ 12 เท่า โดยมีประเด็นการลงทุนดังนี้
1. รัฐบาลสามารถผ่านร่างงบประมาณใช้จ่ายปี 2554 ส่งผลบวกต่อความต้องการใช้ยาง
มะตอยในประเทศ
2. โครงการก่อสร้างทางหลวงมอเตอร์เวย์มูลค่า 1.8 แสนล้านบาทจะเป็นปัจจัยหนุนความ
ต้องการใช้ยางมะตอยในอนาคต
3. ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2553-2554 เพิ่มขึ้น 3% และ 8% ตามลำดับ
4. TASCO ใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงทั้งด้านซื้อน้ำมันดิบและด้านขายน้ำมันเตาทำให้
สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิได้ในระดับปกติที่ 4-5%
การผ่านงบประมาณรายจ่ายปี 2554 ส่งผลบวกต่อความต้องการใช้ยางมะตอยในประเทศ:
เมื่อพิจารณาจากงบประมาณก่อสร้างทางหลวงในปี 2554 พบว่าใกล้เคียงกับปี 2553 (ประมาณ
1.5 หมื่นล้านบาท) ทำให้เราคาดว่าปริมาณขายยางมะตอยในประเทศปี 2554 ของ TASCO จะ
ทรงตัวที่ระดับ 5 แสนตันหรือประมาณ 50% ของปริมาณขาย ในขณะที่ยอดส่งออกของโรงกลั่น
ยางมะตอยในมาเลเซียยังเติบโตได้ดี ปีละประมาณ 10% ด้านราคาขายยางมะตอยทั้งในประเทศ
และในตลาดโลกยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนให้ยอดขายปี 2553-2554 เติบโตขึ้น
อีกทางหนึ่ง
& 1048707; แผนสร้างมอเตอร์เวย์เงินลงทุนกว่า 1.8 แสนล้านบาทจะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการใช้
ยางมะตอยในอนาคต: เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 53 ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้ปรับแผนการก่อสร้าง
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ใหม่ เป็นแผนระยะเร่งด่วน 10 ปี โดยแผน
ระยะแรกจะเป็นเส้นทางดำเนินการห่างจากกรุงเทพฯ ในรัศมี250 กิโลเมตร ออกไปสู่ภาคต่าง
ๆ 5 สาย ระยะทางรวมกัน 707 กิโลเมตร วงเงินลงทุน179,420 ล้านบาท คาดมีความเป็นไปได้
สูงหลังจากไทยไม่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับ
เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวจากภาคการส่งออกจะยิ่งเป็นปัจจัยเร่งให้พัฒนาถนนเพื่อรองรับความต้อง
การขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น
& 1048707; ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2553-2554 เพิ่มขึ้น 3% และ 8% ตามลำดับ: จาก
ปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบในช่วง 1H53 ที่สูงกว่าเป้าหมาย (TASCO กลั่นนำมันดิบในช่วง
1H53 ไปแล้ว 3.3 ล้านบาร์เรล สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ 3.0 ล้านบาร์เรล) ทำให้เราปรับ
สมมติฐานปริมาณการกลั่นน้ำมันดิบปี 2553-2554 เพิ่มขึ้นเป็น 6.7 ล้านบาร์เรลและ7.5 ล้าน
บาร์เรล จากเดิม 6.0 ล้านบาร์เรลและ 7.2 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิต
เท่ากับ 74% และ 83% ตามลำดับ สูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ 55%) ซึ่งส่งผลต่อเนื่องทำให้บริษัทมี
ปริมาณขายยางมะตอยเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นด้วย เราจึงปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2553-
2554 เพิ่มขึ้นอีก 3% และ 8% เป็น 1,003 ล้านบาทและ 1,149 ล้านบาทตามลำดับ
เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 03/09/10 เวลา 12:01:45
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น