วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

บล.ยูไนเต็ด : TMT ราคาเป้าหมาย 6.4 บาท แนะนำ “ซื้อ”

Investment Theme :
เหตุการณ์ : แนวโน้มปริมาณขายของ 3Q53 ใกล้เคียง 2Q53 ประมาณ 7 หมื่นตัน
เนื่องจากปริมาณขายในเดือน ก.ค. และ ส.ค. เฉลี่ย 2.4 หมื่นตัน/เดือน ทังนี้แม้ว่ากลุ่มลูกค้าใน
กลุ่มก่อสร้างจะชะลอตัว แต่ในกลุ่มยานยนต์และกลุ่มร้านค้าส่งยังอยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากนี้ราคา
เหล็กเริ่มกระเตื้องขึ้นจาก 22-23 บาท/ก.ก. เป็น 24-24.5 บาท/ก.ก. ทำให้ลูกค้าเริ่มกลับมาสั่ง
ซื้อหลังจากที่ชะลอคำสั่งซื้อในช่วงปลายไตรมาสสอง และในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นกลับเข้าสู่ภาวะ
ปกติในระดับที่ 8-9% ทางบริษัทคาดว่าใน 4Q53 จะมีปริมาณขายที่กลับมาโดดเด่นใกล้เคียง
1Q53 เนื่องจากมีสัญญาณการฟื้นต้นของการก่อสร้างของภาคเอกชน และมองว่าราคาเหล็กจะ
ทรงตัวไปจนถึงปลายปีนี้ สำหรับปี 53 ทาง TMT มองว่าปริมาณขายเท่ากับ 2.8 แสนตัน และปี
54 จะเติบโต 10-15% จากโครงการก่อสร้างของภาครัฐ
ผลกระทบ : คาดผลประกอบการ 3Q53 มีรายได้ใกล้เคียง 2Q53 โดยอัตรากำไรขั้นต้น
9% และมีกำไรประมาณ 60-70 ล้านบาท ลดลง 30%QoQ แต่ใกล้เคียงกับปีก่อน และมองทั้ง
ปี 53 มีกำไรสุทธิ 295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%YoY และคาดจ่ายเงินปันผล 0.45-0.5 บาท/หุ้น
และมีโอกาสที่กำไรในปี 54 จะเติบโต 10% โดยยังมีผลตอบแทนจากเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 8%
คำแนะนำ : ในปัจจุบัน TMT ซื้อขายกัน ณ ระดับ P/E เท่ากับ 7.4x ของกำไรต่อหุ้นปี 54
เราประเมินราคาเป้าหมายโดยอิงจากค่า P/E ที่ระดับ 8-9x โดยมองว่าปี 54 ยังมีโอกาสที่ภาวะ
ตลาดเหล็กในไทยจะได้รับแรงผลักดันจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐและเอกชน ทำให้มีผล
ประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าได้รับผลตอบแทนจากเงินปันผล 8-9 % ซึ่งจะได้ราคา
เป้าหมาย 6.4 บาท/หุ้น มี Upsiade Gain 13% เราจึงแนะนำ “ซื้อ”

เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 14/09/10 เวลา 9:59:18

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น