คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว
เราคาดว่าผลประกอบการของ TRC ได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วหลังจาก 1H53 มีกำไร
สุทธิแล้ว 52 ล้านบาทมากกว่าเมื่อเทียบกับทั้งปีของปีที่ผ่านมาซึ่งขาดทุน 165 ล้านบาท ส่วน
ปัญหามาบตาพุดที่มีความชัดเจนคาดส่งผลดีโดยตรงต่อ TRC เนื่องจากเป็นผู้รับเหมาที่มีความ
เชี่ยวชาญสำหรับงานก่อสร้างในอุตสาหกรรมปิโตฯและท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับมีกลุ่ม
PTT เป็นลูกค้าหลัก โดยในช่วง 4Q53 TRC มีลุ้นที่จะได้งานจากการเปิดซองประมูลงานปิโตฯ
และท่อก๊าซธรรมชาติมูลค่าประมาณ 5-6 พันล้านบาทซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้งานจากการประมูลดัง
กล่าวประมาณ 2-3 พันล้านบาทซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดจะทำให้ TRC มี Backlog ในมือเพิ่ม
ขึ้นเป็น 3 พันล้านบาทรองรับการเติบโตของรายได้ไปอีก 1-2 ปี ส่วนปีนี้เราคาดกำไรสุทธิ
ประมาณ 98.9 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 166 ล้านบาทจากปีที่ผ่านมา และคาดเงินปันผลในปีนี้
ที่ 0.12 บาทต่อหุ้น Dividend Yield 4.1% แนะนำ 'ซื้อ' โดยมีราคาเป้าหมายในปี 54 ที่
3.80 บาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
* ได้แรงหนุนจากปัญหามาบตาพุดที่มีความชัดเจน : เรามองว่า TRC เป็นอีกหนึ่ง
ผู้รับเหมาที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากปัญหามาบตาพุดที่เริ่มคลี่คลาย เนื่องจากเราคาดว่า
โครงการที่ชะลอการลงทุนในช่วงก่อนหน้านี้โดยเฉพาะในกลุ่ม PTT ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ TRC
จะกลับมาลงทุนใหม่อีกครั้ง โดยเบื้องต้นในช่วง 4Q53 เราคาดว่าในกลุ่ม PTT และในอุตสาหกร
รมปิโตรฯเคมีน่าจะมีการประกาศร่าง TOR ของงานก่อสร้างออกมาอีกประมาณ 5-6 โครงการ
มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่มีงานออกมา
ประมูลเพียงไตรมาสละ 2,000-4,000 ล้านบาท
* 4Q53 ลุ้นข่าวดีเปิดซองประมูลงานปิโตรฯและท่อก๊าซมูลค่า 5-6 พันล้านบาท :
ปัจจุบัน TRC มี Backlog ยกมาจาก 2Q53 ประมาณ 960 ล้านบาทแบ่งเป็นของ TRC 650
ล้านบาทและของกลุ่มบริษัทลูกอีก 310 ล้านบาท ซึ่งตามแผนงานจะรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ
65% และอีก 35% จะยกไปรับรู้รายได้ในปี 54 ส่วนงานใหม่ในช่วง 4Q53 จะมีการเปิดซอง
ประมูลงานเกี่ยวกับท่อก๊าซและปิโตรฯมูลค่าประมาณ 5-6 พันล้านบาทซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้งาน
จากการประมูลดังกล่าวประมาณ 2-3 พันล้านบาทซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดจะทำให้ TRC มี
Backlog ในมือเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านบาทรองรับการเติบโตของรายได้ไปอีก 1-2 ปี
* คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว : เราคาดว่าผลประกอบการของ TRC ได้
ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วหลังจาก 1H53 มีกำไรสุทธิแล้ว 52 ล้านบาทมากกว่าเมื่อเทียบกับทั้งปีของ
ปีที่ผ่านมาซึ่งขาดทุน 165 ล้านบาท ส่วน 2H53 ในส่วนของรายได้คาดว่าจะใกล้เคียงกับ 1H53
แต่ในส่วนกำไรสุทธิอาจจะชะลอตัวเนื่องจากเราคาดว่า GPM ที่ปรับตัวสูงขึ้นใน 1Q53 และ
2Q53 จะกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 18-20% เพราะงานที่ GPM สูงได้รับรู้รายได้หมดแล้ว อย่างไร
ก็ตามบริษัทจะมีกำไรจากการขายหุ้นของบริษัทราชเพลินประมาณ 17 ล้านบาทเข้ามาชดเชยจึง
ทำให้กำไรโดยรวมลดลงไม่มาก โดยปีนี้ทั้งปีเราคาดกำไรสุทธิประมาณ 98.9 ล้านบาทพลิกจาก
ขาดทุน 166 ล้านบาทจากปีที่ผ่านมา
* แนะนำ 'ซื้อ' โดยมีราคาเป้าหมายปี 54 ที่ 3.80 บาท : ในปี 50-51 TRC เคยซื้อ
ขายที่ PBV สูง 2-3 เท่า ซึ่งเราคาดว่าราคาซื้อขายของ TRC จะกลับไปที่ระดับนั้นได้อีก โดยมี
เหตุผล คือ 1.)ภาพอุตสาหกรรมโดยรวมกลับมาดีขึ้นจากปัญหามาบตาพุดที่มีความชัดเจน 2)ผล
ประกอบการทยอยฟื้นตัวตามงานก่อสร้างที่มีมากขึ้น โดยเราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TRC
ด้วยวิธี PBV Ratio โดยอิง Prospective PBV ที่ 2 เท่าและ BVPS ปี 54 ที่ 1.9 บาทจะได้
ราคาเหมาะสมของ TRC ที่ 3.8 บาท (Upside 31%)
เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/09/10 เวลา 10:55:36
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น